บทที่ 6 ความเฉยชา (02)

“นะคะคุณลุง หนูขอร้อง หนูสัญญาว่า หนูจะเอาเขาอะ…ออกถ้าทุกอย่างเลวร้าย” น้ำเสียงผะแผ่วเบาหวิว ร้าวระบมสุดหัวใจแต่ต้องฝืนพูดออกมา ดวงตาแดงก่ำจับจ้องคนตรงหน้าอีกครา และในความเป็นจริง หญิงสาวไม่มีทางทำตามที่พูด แม้ต้องแลกด้วยชีวิตก็จะขอให้ลูกได้มีโอกาสลืมตาดูโลก

             ผู้เป็นนายแพทย์หนักใจจนพูดไม่ออก สงสารและเห็นใจเป็นอย่างมาก ก่อนมีสีหน้าที่บ่งบอกว่ากำลังครุ่นคิด เรื่องนี้ต้องตัดสินใจอย่างรอบคอบ ห้ามพลาดเป็นอันขาด ก่อนพยักหน้าเนิบๆ เมื่ออีกฝ่ายบอกว่าจะไม่ดื้อดึงจึงยินยอม แต่ต้องได้รับการดูแลอย่างเข้มงวด

             “ขอบคุณมากๆ เลยค่ะคุณลุง ขอบคุณจริงๆ” หลังได้รับการยินยอมก็เริ่มมีรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าเศร้าโศก

             “แต่หนูต้องดูแลตัวเองอย่างดีนะนิชา มีอะไรผิดปกติต้องรีบมาหาลุงเลย และที่สำคัญ ถ้าถึงวันนั้นจริงๆ ต้องห้ามดึงดันเป็นอันขาด แม้อาการของหนูจะไม่ได้มีความเสี่ยงที่จะเป็นมากนัก แต่ก็มีโอกาส แล้วช่วงนี้สุขภาพของหนูก็ไม่ดีเอาเสียเลย” คุณหมออธิบาย นาฏนิชาจึงพยักหน้ารับทุกคำพูด ฟังการดูแลตนเองทุกขั้นตอนอย่างละเอียด ก่อนเดินกลับออกมาด้วยสีหน้าคลายกังวล

             ส่วนกิตติที่นั่งรออยู่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร เร่งฝีเท้าเดินตามนาฏนิชาไปยังจุดรับยา ซึ่งอีกฝ่ายก็ขยับยิ้มให้แล้วจัดแจงเก็บถุงยาใส่กระเป๋า รีบเดินตรงกลับไปที่รถเพื่อเดินทางกลับคอนโดมิเนียม

แผ่นหลังระหงพิงกับหัวเตียงแล้วลูบเบาๆ บนหน้าท้อง ไม่เสียใจแม้สักนิดที่มีลูกน้อยก่อกำเนิดในท้อง แต่ก็มีความน้อยเนื้อต่ำใจในตัวของเจ้าชีวิตเช่นธีมะ เขาเองเรียกร้องอยากมีลูก แต่พอเอาเข้าจริงกลับไม่ไยดี

จำได้ว่า ลูก คือสิ่งที่ฝนทิพย์คนรักของชายหนุ่มเฝ้าฝันจะได้อุ้มชู แต่มาเสียชีวิตไปเสียก่อน ด้านชายหนุ่มจึงอยากจะทำตามความใฝ่ฝันของคนรัก ก่อนเสียงโทรศัพท์จะแผดร้องดังขึ้น เรียกอาการตีบตันฝาดเฝื่อนในลำคอแก่นาฏนิชาไม่น้อย

             “คะ…คุณแม่” เธอรับสายตรงจากทางไกลด้วยน้ำเสียงหวาดหวั่น

             “ฉันแค่จะโทรมาย้ำกับหล่อนว่า พรุ่งนี้โอนเงินมาให้ฉันด้วย” คุณหญิงเอื้องคำกล่าวเสียงหยัน น้ำเสียงไม่เต็มใจจะพูดคุยกับบุตรสาวนอกไส้สักเท่าไหร่

             “ได้ค่ะคุณแม่” หญิงสาวฝืนยิ้มทั้งน้ำตา ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะได้รับการไถ่ถามความเป็นอยู่จากคนซึ่งเลี้ยงดูมา มีเพียงแค่กฤต ผู้เป็นบิดาเท่านั้นที่ห่วงใยและให้กำลังใจ

             “อ้อ แล้วอย่าลืมกินยาคุมด้วยล่ะ แกห้ามลืมว่าถ้าแกท้องไอ้ธีมะมันจะเฉดหัวแกทิ้ง ตอนที่ลูกแกคลอดแล้วน่ะ” น้ำเสียงของคุณหญิงเอื้องคำเฉียบขาด ไร้คำว่าเห็นใจหรือเมตตา

              คำที่หลุดออกมาไร้ใจสิ้นดี มันหยาบกระด้างต่อนาฏนิชา เล่นเอาหัวใจเต้นระรัว ไม่อยากจะคิดเลยว่า หากอีกฝ่ายล่วงรู้ว่า ตนเองตั้งครรภ์จะหัวเสีย อาละวาดสักเพียงใด ซึ่งสาวเจ้ายินดีน้อมรับทุกคำด่าทอ

             “งั้นฉันวางแล้วนะ ฉันกับพ่อของแกจะกลับไปหาอีกสามอาทิตย์” จากนั้นสัญญาณก็ขาดหายไป ทิ้งไว้แต่ใจร้าวระบม ความเจ็บอัดแน่นคับอก รู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวมากขึ้นทุกขณะ แม้ภายนอกที่คนอื่นมองเห็นจะเป็นครอบครัวสุขสันต์ ทว่าอันที่จริงแล้วภายในมันกลวงโบ๋ มีแต่ความว่างเปล่า

             สิ่งที่หญิงสาวก้มหน้าก้มตายอมทำในทุกวันนี้คงไม่พ้นคำว่า กตัญญู ตอบแทนบุญคุณผู้ที่เลี้ยงดูมาตั้งแต่ยังแบเบาะ รวมถึงเรื่องที่ต้องแต่งงานเพราะช่วยธุรกิจของทางครอบครัวด้วยเช่นกัน

             ก่อนร่างน้อยจะห่อตัวลง เคลื่อนกายไปซบกับหมอนใบโตซึ่งอัดแน่นไปด้วยเส้นใยสังเคราะห์ พวงแก้มนวลแดงก่ำเพราะแรงสะอื้น ไม่รู้ว่าต้องนอนร้องไห้คนเดียวมากี่ปีแล้ว และต้องทำเป็นเข้มแข็งเสมอเมื่ออยู่ภายนอก

             สองมือขยำผ้าห่มแล้วกำแน่น ไม่รู้วิธีเอาความทุกข์ออกจากใจ ไม่รู้หนทางละทิ้ง เพราะยังต้องทนอยู่กับคำว่า กตัญญู ไม่รู้ว่าทั้งชีวิตจะชดใช้ให้มารดาหมดหรือเปล่า…หรือต้องตายไปพร้อมกับคำนั้น

             ติ๊งต่องงง ติ๊งต่องงง!            

             หยาดน้ำที่ทำตาคู่ใสพร่ามัวถูกเช็ดออกป้อยๆ คาดเดาได้ไม่ยากว่าใครที่มากดกริ่งหน้าห้อง ก็คงไม่พ้นเป็นกิตติอีกเช่นเคย แต่ก็อดประหลาดใจไม่ได้ เนื่องจากกิตติเพิ่งจะกลับไปไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง จึงรีบสาวเท้าออกไปเปิดประตู ก่อนต้องชะงักงัน

             “ร้องไห้ทำไมนิชา” แขกที่มาเยี่ยมเยียนถามอย่างหงุดหงิด ใช่ว่าไยดีหรือห่วงใยในความเป็นอยู่ของคนตัวเล็ก เขาหงุดหงิดคำร้องขอของลูกน้องคนสนิทต่างหาก

             “ไปพบคุณนิชาหน่อยเถอะครับคุณธี เธอกำลังท้องอยู่นะครับ ถือว่าผมขอร้อง”

             คำร้องขอจากกิตติทำให้ธีมะไม่อาจปฏิเสธได้ ร้อยวันพันปีกิตติไม่เคยร้องขอ ชายหนุ่มจึงจำใจมาพบ

“นะ…นิชา” เธออึกอักตอบไม่ได้ รีบปาดน้ำตาออกจากใบหน้า แล้วขยับเท้าหลบให้อีกฝ่ายเข้ามาในห้อง

             ชายหนุ่มเดินเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งยังโซฟาตัวยาวในห้องรับแขก จากนั้นไม่ยอมพูดจา เอาแต่ระบายลมหายใจราวอึดอัดที่อยู่ในห้องนี้ สร้างความร้าวรานแก่ฝ่ายหญิง แต่ยังฝืนส่งยิ้ม นำน้ำดื่มเย็นชื่นใจมาให้

             “ไปหาหมอมาเป็นอย่างไรบ้างล่ะ” เขาถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ราวถามออกไปพอเป็นพิธี หาได้มีความจริงใจ

             “คุณหมอบอกว่า ไม่มีอะไรน่ากังวลค่ะคุณธี นิชาและลูกแข็งแรงดี” ยามพูดก็สะท้านในอก หล่อนโป้ปดทั้งประโยค

             “อืม งั้นก็ดีแล้ว ช่วยดูแลลูกให้ดีหน่อยละกัน อย่าทำให้ความฝันของฝนต้องพังทลาย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป